ดอกไม้แต่ละชนิดมีความหมายในตัวเอง ครอบคลุมไปถึงทุก ๆ ความรู้สึกที่มนุษย์ต้องการจะสื่อสาร ดอกไม้เพียงแต่เป็นสัญลักษณ์ของความรู้สึกในเชิงบวกเท่านั้น แต่ความหมายของดอกไม้ครอบคลุมไปจนถึงวาระสุดท้ายของชีวิตอย่างความตายอีกด้วย ดอกไม้ที่สื่อถึงความตาย ไม่เพียงแต่ช่วยตกแต่งสถานที่จัดงานศพให้ความเศร้าโศกบรรเทาลงบ้าง แต่ยังเปี่ยมไปด้วยความหมายที่คนที่ยังอยู่ต้องการจะบอกแก่ผู้ล่วงลับอีกด้วย บทความนี้จะพามารู้จักกับดอกไม้ 7 ชนิด ที่นิยมใช้สำหรับงานศพ
การใช้ดอกไม้เพื่อสื่อความหมายถึงการจากลา
ดอกไม้ถูกใช้เป็นสื่อกลางในการสื่อสารในบางความรู้สึกที่ยากจะแสดงออกมา ซึ่งสามารถใช้ได้กับทุก ๆ สถานการณ์ไม่เว้นแม้แต่งานที่มักจะเต็มไปด้วยความโศกเศร้าอย่างงานศพ ดอกไม้งานขาวดำ นอกจากจะช่วยตกแต่งสถานที่ให้ดูสวยงามแต่ยังคงไปด้วยความสงบแล้ว ดอกไม้เหล่านี้ยังช่วยปลอบประโลมผู้ที่มาร่วมไว้อาลัยและยังใช้เป็นข้อความสุดท้ายในการบอกลากันตลอดกาลอีกด้วย ดอกไม้ทำหน้าที่เหมือนเป็นสะพานเชื่อมความรู้สึกระหว่างคนที่ยังอยู่และผู้ที่จากไป
การจัดสถานที่ด้วยดอกไม้ชนิดต่าง ๆ เป็นการไว้อาลัยและให้เกียรติกับผู้ตายเป็นครั้งสุดท้าย อีกทั้งยังสะท้อนความผูกพันที่เคยมีร่วมกัน
7 ดอกไม้แทนคำบอกลาที่มีความหมายลึกซึ้ง
ในห้วงแห่งความโศกเศร้า แค่เพียงคำพูดอาจจะไม่เพียงพอต่อความรู้สึกอาลัยอาวรณ์ ในขณะเดียวกันความเศร้าที่ท่วมท้นก็ไม่อาจบรรยายออกมาเป็นคำพูดได้อย่างง่ายดาย การเลือกดอกไม้ที่มีความหมายลึกซึ้งเพื่อส่งต่อความรู้สึกไปยังดวงวิญญาณของผู้ล่วงลับ ก็ถือว่าเป็นตัวเลือกที่ดีไม่น้อยเลย แต่ก่อนที่เราจะเลือกใช้ดอกไม้ เราควรจะต้องรู้ความหมายอันลึกซึ้งของแต่ละชนิดเสียก่อน เพื่อที่จะได้ตรงกับความรู้สึกของเรามากที่สุด
1. ดอกเบญจมาศ (Chrysanthemum): สัจจะและกตัญญู
สำหรับวัฒนธรรมเอเชียนั้น ดอกเบญจมาศมักถูกใช้เป็นสัญลักษณ์เกี่ยวกับความตายมากที่สุด แต่เป็นการใช้ในความหมายเชิงบวก เพราะดอกเบญจมาศนั้น สื่อถึงความซื่อสัตย์และการฝังรากความทรงจำ สีขาวเปรียบได้กับความว่างเปล่าในความเชื่อทางพุทธศาสนา ส่วนสีเหลืองนั้นสื่อถึงความรุ่งโรจน์ของดวงวิญญาน การมอบดอกเบญมาศในงานศพ จึงเปรียบเหมือนการให้เกียรติและแสดงความกตัญญูต่อผู้ล่วงลับ
2. ดอกลิลลี่ (Lily): การฟื้นคืนสู่ความบริสุทธิ์
เชื่อกันว่าเมื่อเราจากโลกนี้ไป ดวงวิญญาณจะถูกชำระล้างให้บริสุทธิ์อีกครั้ง สีขาวของดอกลิลลี่เปรียบเทียบได้กับสิ่งนั้น กลิ่นที่หอมและความสง่างามของดอกลิลลี่ช่วยให้ความรู้สึกศักดิ์สิทธิ์ ดอกลลิลี่สี่ขาวจึงกลายเป็นดอกไม้ที่นิยมใช้กันในงานศพของชาวคริสต์
3. ดอกกุหลาบ (Rose): ความรักที่แม้แต่ความตายก็พรากไม่ได้
ดอกกุหลาบในงานศพนั้น เป็นตัวแทนในการบอกเล่าความผูกพันที่ทุกคนมีต่อผู้ตาย กุหลาบสีแดงสื่อถึงความรักที่ฝังรากลึกและหัวใจที่แตกสลายเมื่อต้องสูญเสีย กุหลาบสีขาวสื่อถึงความเคารพและยกย่อง กุหลาบสีเหลืองมักใช้ในการบอกลาเพื่อนสนิทเป็นครั้งสุดท้าย
4. ดอกคาร์เนชั่น (Carnation): ความคิดถึงที่ไม่มีวันจาง
ดอกคาร์เนชั่นสื่อถึงความทรงจำที่จะยังคงอยู่ตลอดไปเพราะกลีบดอกนั้นมีความซ้อนแน่นและทนทาน ศาสนาคริสต์เชื่อกันว่าดอกคาร์เนชั่นนั้นเกิดจากน้ำตาของพระแม่มารี จึงมีความหมายแฝงถึงความรักของผู้เป็นแม่ นิยมใช้จัดเป็นพวงหรีดวงกลม เพื่อสื่อถึงวงจรชีววิตที่ไม่มีอันสิ้นสุด
5. ดอกหน้าวัว (Anthurium): ความโศกเศร้าที่สง่างาม
ดอกหน้าวัวสำหรับงานศพนั้นสื่อถึง ความเสียใจอย่างสุดซึ้ง ด้วยรูปทรงของดอกไม้ชนิดนี้คล้ายกับรูปหัวใจ จึงเปรียบได้กับหัวใจของผู้คนในงานที่เต็มไปด้วยความรักและความอาลัย และดอกหน้าวัวนั้นเป็นดอกไม้ที่มีความแข็งแรงและทนทานต่อสภาพอากาศ ซึ่งเปรียบได้กับว่าคนที่อยู่ข้างหลังจะยังคงยืนหยัดและอยู่ต่อไปให้ได้
6. ดอกเยอร์บีร่า (Gerbera): ความหวังและการให้กำลังใจ
ดอกเยอร์บีร่านั้นเป็นตัวแทนของความสดใส มักถูกเลือกใช้ในงานศพเพื่อลดทอนและบรรเทาความเศร้าโศก และเป็นการส่งมอบกำลังใจให้กับคนที่ยังต้องอยู่ต่อไป สีสันที่สวยงาม สื่อถึงว่าชีวิตของผู้ล่วงลับนั้นเป็นความทรงจำที่สวยงาม
7. ดอกซ่อนกลิ่น (Tuberose): ความทรงจำและการจากลาในวัฒนธรรมไทย
ในอดีตนั้น ดอกซ่อนกลิ่นมักถูกใช้ในงานศพแบบไทย ด้วยกลิ่นหอมเข้มข้นอบอวล ดอกซ่อนกลิ่นจึงถูกใช้เพื่อดับกลิ่นอันไม่พึงประสงค์ต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นภายในงาน ในแง่ของภาษาดอกไม้ ดอกซ่อนกลิ่นยังหมายถึง ความทรงจำที่ยังซ่อนตัวอยู่ในจิตใจของคนที่ยังอยู่เสมอ
สรุปบทความ
ในการเลือกดอกไม้เพื่อไว้อาลัยผู้ที่จากไป สิ่งสำคัญอาจจะไม่ใช่ราคาของดอกไม้ที่สูง หรือการจัดช่อสวยงามอลังการ แต่คือเจตนาที่เราต้องการจะสื่อสารความรู้สึกที่แท้จริงออกไป สิ่งเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่ธรรมเนียมปฏิบัติ แต่เป็นการใช้ความหมายลึกซึ้งของดอกไม้นั้นช่วยเยียวยาและปลอบประโลมความเศร้า ดอกไม้เหล่านี้เป็นตัวแทนของความรัก ความคิดถึง ความทรงจำ ความอาลัยอาวรณ์ที่จะยังคงอยู่ตลอดไป แม้ว่าอีกฝ่ายจะได้จากไปแล้วอย่างไม่มีวันกลับก็ตาม
